# การเลือกซื้อเครื่องพ่นหมอกกำจัดยุงและแมลง

- Link: https://www.supachok.co.th/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%99/
- Published: 2018-07-22T15:20:06+07:00
- Author: admin_supachok

# เครื่องพ่นสารเคมีกำจัดยุงแมลง ด้านสาธารณสุขควบคุมโรค

**เครื่องพ่นสารเคมีกำจัดแมลง**
 ยุงลายเป็นแมลงบินที่เป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออกในประเทศไทย
การกำจัดยุงลาย ที่ประหยัด มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย คือการควบคุมแหล่งเพาะพันธุ์ซึ่งเป็นการกำจัดลูกน้ำ
ยุงลายอย่างถาวร แต่ในความเป็นจริงการควบคุมแหล่งเพาะพันธุ์ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร
เพราะมีการระบาดของโรคไข้เลือดออกเกิดขึ้นเป็นประจำ วิธีที่ดีที่สุดในการควบคุมการระบาดของโรคไข้เลือดออกนั้นจะต้องลดการแพร่
กระจายของโรคให้ได้เร็วที่สุด คือ การควบคุมยุงตัวเต็มวัย โดยการใช้สารเคมีกำจัดแมลงชนิดถูกตัวตาย(
สัมผัส) พ่นด้วยเครื่องพ่นสารเคมีให้สัมผัสตัวยุงลาย เทคนิคการพ่นสารเคมีให้สัมผัสแมลงบินที่ใช้ในปัจจุบัน

 

          องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ใช้เทคนิคการพ่นแบบฝอยละเอียด ขนาดเม็ดน้ำยาที่พ่นควรมีเส้นผ่าศูนย์กลางระหว่าง
5-27 **?**m จึงจะมี ประสิทธิภาพสูงสุดในการกำจัดแมลงบิน เพราะขนาดเม็ดน้ำยานี้จะลอยฟุ้งคลุมพื้นที่ได้นาน
และไปได้ไกลตามกระแสลมธรรมชาติ ส่วนเม็ดน้ำยาที่มีขนาดเล็กหรือใหญ่กว่านี้จะไม่มีผลต่อแมลงบินใน
พื้นที่ เพราะเม็ดน้ำยาจะลอยหายไปหรือตกลงดินเร็วเกินไปหากพ่นในที่โล่งหรือด้านใน อาคาร
เม็ดน้ำยาที่มีขนาดใหญ่กว่า 50 **?**m จะตกลงดินภายในเวลาสั้น ๆ เมื่อหมดแรงส่งจากเครื่องพ่นนั้น
ๆ จึงไม่มีผลต่อแมลงบินเลย
 องค์การอนามัยโลกกำหนดวิธีการพ่นแบบฝอยละเอียดว่าควรมีขนาดเม็ดน้ำยาเล็กกว่า
50 **?**m เรียก aerosol droplet และวิธีการพ่นแบบฝอยละอองควรมีขนาดเม็ดน้ำยา 50 – 
100 **?**m เรียก mist droplet ฉะนั้นในการควบคุมยุงลายด้วยสารเคมีจึงควรใช้เครื่องพ่นสารเคมีที่อาจเรียก
aerosol generator จึงจะได้ผลดีที่สุด เครื่องพ่นแบบ aerosol generator บางครั้งอาจเรียกว่า
fogging machine หรือ fog generator หรือเครื่องพ่นฝอยละเอียด และหากสารเคมีที่ใช้พ่นเป็นแบบความเข้มข้นสูง
ใช้ปริมาณน้อย แต่คลุมพื้นที่ได้มาก ก็อาจมีชื่อเรียกเฉพาะว่า ULV Technique เครื่อง
aerosol หรือ fog generator อาจเรียกชื่อตามเทคนิคการพ่นที่ใช้กำลังงาน หรือชนิดของพลังงานพ่นสารเคมีออกเป็น
2 แบบ ที่นิยมผลิตในปัจจุบัน คือ

 

 1. **Cold fog generator** หรือเครื่องพ่นฝอยละเอียด เป็นเครื่องพ่นที่ใช้พลังงานกล แรงลม
    แรงเหวี่ยง สลัดน้ำยาให้แตกตัวออกเป็นเม็ดเล็ก ๆ ขนาดที่เล็กกว่า 50 **?**m และชนิดสารเคมีที่ใช้พ่นมักเป็นแบบความเข้มข้นสูง
 2. **Thermal fog generator** หรือเครื่องพ่นหมอกควัน เป็นเครื่องพ่นที่ใช้ความร้อน ช่วยในการแตกตัวของน้ำยาออกเป็นละอองเม็ดเล็ก
    ๆ อุณหภูมิที่ใช้สูงมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดของสารตัวทำละลายที่มีจุดเดือด หรือจุดระเหิด(
    Boiling Point or Evaporating Point) ซึ่งมักนิยมใช้สารตัวทำละลายที่มีอุณหภูมิสูงไป
    100 องศาเซลเซียส เพราะถ้าอุณหภูมิสูงกว่านี้จะมีผลในการทำลายคุณภาพของสารเคมี ซึ่งมักจะมีความเข้มข้นต่ำ

เครื่องพ่นอีกประเภทที่มักใช้ทั้งด้านการเกษตรและสาธารณสุข คือ Mist blower หรือ Mist
generator หรือเครื่องพ่นฝอยละออง เป็นเครื่องพ่นสารเคมีอีกประเภทที่มักใช้ในงาน สาธารณสุขและเกษตร
แต่ขนาดเม็ดน้ำยาที่ผลิตได้จะมีขนาด 20 – 100 **?**m จำนวนเม็ดน้ำยาส่วนใหญ่จะมีขนาดใหญ่กว่า
50 **?**m จึงไม่สามารถลอยฟุ้งอยู่ในบรรยากาศได้นานพอจะกำจัดแมลงบิน เครื่องพ่น Mist
generator มักใช้ในการพ่นสารเคมีที่มีความเข้มข้นปานกลางให้เม็ดน้ำยาฟุ้งตกคลุมพื้น
ผิวของบริเวณที่พ่นเพื่อกำจัดแมลงคลานมากกว่า และสารเคมีที่ใช้ก็ควรใช้สารเคมีแบบถูกตัวตายแต่ให้มีฤทธิ์ตกค้างนาน
เช่น การพ่นสารเคมีกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง แมลงวัน เป็นต้น

 

          จากข้อมูลข้างต้นอาจสรุปว่า เครื่องพ่นแต่ละชนิดมีคุณลักษณะและวิธีการใช้งานต่างกันไป
ผู้ใช้ควรคำนึงถึงความต้องการใช้งานเป็นสำคัญ เครื่องพ่นที่มีมาตรฐานสูงย่อมมีราคาสูงตามไปด้วย
เครื่องพ่นมาตรฐานตามลักษณะการใช้งานที่สำคัญนั้น ควรมีลักษณะดังนี้

 

          1. **เครื่องพ่นฝอยละเอียด** ULV (ULV cold fog generator) สิ่งที่สำคัญที่สุด
คือ ขนาดเม็ดน้ำยาที่เครื่องผลิตได้ ควรมีขนาดใหญ่สุดไม่เกิน 60 mm ขนาดเม็ดน้ำยาที่ดีที่สุดควรเป็น
5 – 27 **?**m เพราะฉะนั้นค่าเฉลี่ยที่องค์การอนามัยโลกใช้บอก คุณภาพเครื่องว่าผลิตเม็ดน้ำยาที่มีคุณภาพสูงสุด
คือ ค่า VMD (Volume Median Diameter) เท่ากับ 27 **?**m หรืออาจบอกว่าจำนวนเม็ดน้ำยาไม่น้อยกว่าร้อยละ
85 มีขนาดเล็กกว่า 27 **?**m ซึ่งอาจหมายถึง กว่าร้อยละ 99 ของละอองน้ำยาที่มีขนาดฝอยละเอียด
aerosol (ไม่เกิน 50 **?**m) จะลอยฟุ้งในบรรยากาศได้นานและใช้ประโยชน์ของละอองน้ำยาทุกเม็ดในการกำจัดยุงบิน*

 

          2. **เครื่องพ่นฝอยละออง** (Mist blower) เครื่องพ่นนี้จะพ่นเม็ดน้ำยาขนาด
20 – 100 **?**m และมีค่า VMD = 57 **?**m หมายถึงร้อยละ 85 มีขนาดเม็ดน้ำยาเล็กกว่า
57 **?**m แต่จะพบว่าขนาดเม็ดน้ำยาที่สามารถลอยฟุ้งในบรรยากาศได้ดีและนาน (aerosol 
droplet ที่มีขนาดเล็กกว่า 50 **?**m) จะมีเพียงร้อยละ 35 เท่านั้น ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ
65 ที่มีขนาดเม็ดน้ำยาใหญ่กว่า 50 **?**m จะตกลงสู่พื้นดินในระยะเวลาที่สั้นมาก จึงสามารถใช้ประโยชน์จากน้ำยาได้เพียง
35 % สำหรับแมลงบิน แต่ในทางตรงกันข้าม หากต้องการพ่นสารเคมีกำจัดแมลงบินบริเวณแหล่งเพาะพันธุ์
เช่น แมลงวันบริเวณกองขยะ แมลงสาบ เครื่องพ่นนี้กลับน่าจะมีประโยชน์กว่าเครื่องฝอยละเอียด
ULV แต่หากใช้แทนเครื่อง ULV อาจมีปัญหาเรื่องความสิ้นเปลืองน้ำยาสูงและเม็ดน้ำยาตกลงในบริเวณนั้น
ไม่ลอยฟุ้งในบรรยากาศ

 

          3. **เครื่องพ่นหมอกควัน** (Thermal fog generator) เครื่องพ่นหมอกควันแบบใช้ความร้อนช่วยในการแตกตัวของสารเคมีรูปของเหลวเป็นละอองเล็กขนาด
0.1 – 60 **?**m ขนาดเฉลี่ยของเม็ดน้ำยา (VMD) ขึ้นอยู่กับปริมาณความร้อนและปริมาณสารเคมีที่พ่น
ถ้าความร้อนสูงหรือปริมาณสารเคมีที่พ่นออกมาน้อย ขนาดเม็ดน้ำยา ก็เล็กกว่าปริมาณสารเคมีที่พ่นมากกว่าในขนาดความร้อนเดียวกัน
ปัญหาสำคัญของเครื่องพ่นหมอกควันแบบใช้ความร้อนคือการสลายตัวของสารเคมี เนื่องจากความร้อน
ซึ่งอาจเนื่องมาจากคุณสมบัติของสารเคมีเอง หรืออาจเนื่องมาจากเครื่องพ่นเคมีที่ให้ความร้อนสูงเกินไป
โดยปกติเครื่องพ่นหมอกควันที่มีคุณภาพดีควรสามารถควบคุมอุณหภูมิ ณ จุดหรือบริเวณที่น้ำยาสัมผัสความร้อนและแตกตัวให้บริเวณนี้มีอุณหภูมิระดับ
ที่ไม่ทำลายคุณภาพของสารเคมี หรือมีอุณหภูมิบริเวณนี้ต่ำกว่า 100 องศาเซลเซียส ซึ่งอาจทดสอบได้โดยการใช้น้ำแทนสารเคมี
หากเครื่องพ่นใดพ่นน้ำออกเป็นละอองโดยสมบูรณ์หรือเป็นไอ แสดงว่าอุณหภูมิจุดนั้นสูงเกินจุดน้ำเดือด(
100 องศาเซลเซียส) โอกาสทำลายคุณภาพสารเคมีที่ถูกทำลายได้ด้วยความร้อนย่อมมีอยู่ แต่จะมากน้อยขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและคุณสมบัติของสารเคมีนั้น
และสารเคมีที่แนะนำให้ใช้ในเครื่องพ่นหมอกควัน จะมีความเข้มข้นต่ำมาก ๆ จึงย่อมมีโอกาสลดคุณภาพการพ่นสารเคมีลงได้มาก
ฉะนั้น การใช้เครื่องพ่นหมอกควันที่มีคุณภาพต่ำก็ลดประสิทธิภาพการพ่นหมอกควันลง

 

          **เหตุผลในการกำหนดคุณสมบัติเฉพาะเครื่องพ่น ULV ขนาดเล็ก** 1. น้ำหนักเครื่องเปล่าไม่เกิน
13 กิโลกรัม เมื่อรวมน้ำหนักสารเคมีและน้ำมันเชื้อเพลิงแล้วน้ำหนักไม่ควรเกิน 18 กิโลกรัม
เพราะผู้ใช้งานเป็นอาสาสมัครหรือเจ้าหน้าที่ ไม่คุ้นกับการแบกน้ำหนักและเครื่องสั่น/
ร้อน และต้องใช้เวลาในการพ่นต่อครั้งมากกว่า 30 นาที 2. ค่า VMD 30 **?**m ตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลกและใช้ประโยชน์จากเม็ดน้ำยา
ให้สูงสุด 3. ระยะพ่นไม่น้อยกว่า 8 เมตร เพราะการพ่นวิธีนี้ยืนใกล้หรือชิดบ้าน พ่นจากภายนอกเข้าสู่ในบ้าน
ระยะห่าง 1 – 2 เมตรพ่นให้เข้าสู่บริเวณกลางบ้าน และให้น้ำยาลอยฟุ้งอยู่ในบ้านได้ทั่วถึง
4. เครื่องยนต์ไม่ต่ำกว่า 1.5 แรงม้า เป็นขนาดเครื่องยนต์ที่ให้กำลังน้อยสุด แต่มี 
ประสิทธิภาพและประหยัดและใช้งานได้นานในรอบเครื่องยนต์ที่สูง ๆ และไม่ควรใหญ่เกินไปเพราะจะมีน้ำหนักมาก
5. เครื่องคอมเพรสเซอร์เป็นแบบโรตารี่ ระบบพัดลม ต้องการใบพัดลมที่แข็งแรงทนทาน ในการใช้งาน
และในการใช้งานระบบโรตารี่จะสามารถอัดลมได้ดีกว่าใบพัดทั่วไป เนื่องจากใบพัดลมอาจบิดงอไม่สามารถอัดลมได้ปริมาณมากพอที่จะให้ลมมีความเร็ว
พอตีน้ำยาให้แตกตัว 6. อัตราพ่น 1 – 6 ลิตร / ชม. ระบบ ULV มีมาตรฐานการพ่น 0.5 – 1.0
ลิตรต่อพื้นที่ 10,000 ตารางเมตร (ประมาณ 100 หลังคาเรือน) ซึ่งจะใช้เวลาทำงานประมาณ
100 นาที 7. ถังน้ำยาคงทน ความจุ 2.5 – 3.5 ลิตร พอต่อการใช้งานตามเทคนิคการพ่น ULV
ซึ่งสัมพันธ์กับอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในถังเชื้อเพลิงที่ทำงานได้ไม่ เกิน 1 
ชั่วโมง แล้วพักเครื่อง

 

          **เครื่องพ่นหมอกควันขนาดเล็ก** **สาระสำคัญ** – หัวควบคุมอัตราการไหล ต้องคงที่เพื่อควบคุมอัตราการไหลของสารเคมีให้เป็นไปตามอัตราการใช้ของสาร
เคมีต่อพื้นที่ เป็นการหลีกเลี่ยงปัญหาการปรับอัตราการไหลที่อาจน้อยหรือสูงเกินไปและผู้ควบ
คุมเป็นผู้กำหนดอัตราการใช้ตามขนาดหัวควบคุมอัตราการไหล ซึ่งหากติดตั้งภายนอกจะสะดวกในการควบคุมกำกับ
และหัวพ่นแต่ละขนาดเหมาะกับสารเคมีสูตรน้ำมันหรือสูตรน้ำไม่เหมือนกัน – ปลายท่อต้องมีท่อสวม
เพราะเครื่องพ่นที่กรมควบคุมโรคติดต่อใช้อยู่เป็นเครื่องที่ควบคุมอุณหภูมิ ให้ต่ำกว่า
100 องศาเซลเซียสเมื่อจะพ่นสารเคมีสูตรน้ำมัน หากต่อไปจะใช้สารเคมีสูตรน้ำ จะต้องใช้หัวพิเศษจึงจะพ่นสารเคมีสูตรน้ำได้
เพราะเครื่องพ่นที่ใช้ปกติจะไม่สามารถพ่นสารเคมีสูตรผสมน้ำได้
 ** หมายเหตุ ปัจจุบันยังไม่แนะนำการพ่นสารเคมีสูตรน้ำ
เพราะในตลาดยังไม่ค่อยจะมีสารเคมีสูตรน้ำใช้ หากใช้สารเคมีที่มิได้ผลิตมาเพื่อการพ่นสูตรผสมน้ำที่มีการป้องกันการระเหย
ของน้ำ เม็ดน้ำยาที่มีขนาด 20 ?m จะระเหยหายไปภายในเวลา 2.3 วินาที เม็ดน้ำยาจึงไม่อาจคลุมพื้นที่ได้นานพอที่จะสัมผัสกับตัวยุง
ในกรณีที่กำหนดคุณลักษณะเฉพาะในการจัดซื้อเครื่องพ่นสารเคมีอาจกำหนด เงื่อนไข ให้ผู้เสนอราคาแนบหลักฐานการเป็นผู้แทนจำหน่ายเพื่อเป็นการยืนยันว่าผู้ขาย
สามารถให้บริการ อะหลั่ย การซ่อมบำรุง และคุณสมบัติของเครื่องพ่นนั้น ๆ อาจให้แสดงคู่มือคุณลักษณะของเครื่องพ่นฉบับตัวจริงว่าตรงตามคุณลักษณะเฉพาะ
ของผู้ซื้อที่กำหนด

**เอกสารอ้างอิง :** ตารางการตรวจหาค่า VMD จากเอกสารขององค์การอนามัยโลก ‘Equipment
for vector control’

---

ข้อมูลอ้างอิงจาก – สำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

[http://www.thaivbd.org/n/contents/view/324106](http://www.thaivbd.org/n/contents/view/324106)
